เรื่องของการฝากเงินนั้น เป็นอะไรที่ใครหลายๆ คนต้องคำนึงและวางแผนการเงินให้ดีกันใช่มั้ยหล่ะครับ เพราะทุกๆ ท่านก็อยากที่จะทำให้เงินก้อนเหล่านั้นเติบโตโดยที่ไม่อยู่เฉยๆ วันนี้เราอยากจะพาทุกๆ ท่านไปรู้จักกับ “ดอกเบี้ยเงินฝากกับการลงทุน แบบไหนดีกว่ากัน” กันครับ จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปลองไปดูไปชมกันดีกว่าครับผม
รู้จักกับ “ดอกเบี้ยเงินฝาก”
ดอกเบี้ยฝาก เป็น ผลตอบแทนที่สถาบันการเงินจ่ายให้กับผู้ฝากเงิน ซึ่งอัตราดอกเบี้ยเงินฝากมีหลายอัตรา ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการฝากเงินและเงื่อนไขการถอนเงิน เช่น อัตราดอกเบี้ยของบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่สามารถถอนเงินได้ตลอดเวลา จะต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 เดือน หรือ 6 เดือน
เปรียบเทียบระหว่างดอกเบี้ยเงินฝาก กับ การลงทุน
การกู้เงินเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังและพิจารณาให้รอบคอบ ดังนี้
– ความสามารถในการชำระหนี้ ควรประเมินรายได้และค่าใช้จ่ายของตนเองว่ามีเงินเหลือพอที่จะผ่อนชำระหนี้ได้หรือไม่ อย่ากู้เงินมากเกินไปจนเกิดภาระหนี้สินรุนแรง
– อัตราดอกเบี้ย ควรเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินอื่นๆ เพื่อเลือกอัตราที่เหมาะสม อย่าหลงกลอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินไป
– ระยะเวลาผ่อนชำระ ระยะเวลายิ่งนานก็ยิ่งต้องจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้น จึงควรเลือกระยะเวลาที่พอเหมาะกับความสามารถในการผ่อนชำระ
– ค่าธรรมเนียมแอบแฝง อ่านข้อกำหนดและเงื่อนไขให้ละเอียด มีค่าธรรมเนียมอะไรแอบแฝงบ้าง อย่าหลงเชื่อเพียงแค่อัตราดอกเบี้ย
– วัตถุประสงค์การกู้เงิน ควรกู้เพื่อการลงทุนหรือสร้างรายได้ หลีกเลี่ยงการกู้เพื่อการบริโภคฟุ่มเฟือย
– แหล่งกู้เงิน ควรกู้จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีใบอนุญาต และมีการกำกับดูแล อย่าหลงเชื่อแหล่งกู้นอกระบบที่ผิดกฎหมาย
– ความซื่อสัตย์ต่อสัญญา ต้องมีวินัยในการผ่อนชำระอย่างสม่ำเสมอ ไม่ผิดนัดชำระ เพราะจะทำให้เสียประวัติเครดิต
การกู้เงินไม่ใช่เรื่องที่ควรดูแคลนหากเป็นการกู้อย่างระมัดระวัง แต่ควรหลีกเลี่ยงการกู้เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ไม่ยั่งยืน เพราะอาจกลายเป็นวังวนหนี้สินได้
ข้อดีของการฝากเงิน
– เพิ่มความมั่นคงในชีวิต
เราไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ยกตัวอย่างเช่นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ หลายคนต้องตกงาน ถ้าหากเราเก็บออมไว้อย่างน้อยๆ ก็จะช่วยให้เรามีเงินทุนสำรองในการใช้ชีวิต มีเงินเพียงพอสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อล้มอย่างน้อยก็ยังมีเบาะมารองไว้ ไม่ทำให้เราต้องเจ็บมาก
– ดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขและอิสระ
เมื่อมีเงินออมพอประมาณก็จะทำให้เราเบาใจและวางใจได้ว่า ในอนาคตเราจะมีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ค่าบ้าน ค่ารถ หรือค่าจัดงานแต่งงาน เราก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ ซื้อสิ่งของเครื่องใช้ กินอาหารและทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับฐานะ ซึ่งจะทำให้ชีวิตเรามีความสุข
– สามารถใช้เงินออมต่อยอดหารายได้เพิ่ม
หากเรามีเงินออมมากพอ ก็สามารถแบ่งเงินส่วนหนึ่งไปต่อยอดสร้างรายได้เพิ่มเติมจากการลงทุนทำธุรกิจหรือลงทุนในกองทุนต่างๆ รวมทั้งการเล่นหุ้นที่จะทำให้เรามีรายได้เข้ามาอีกช่องทางหนึ่ง อย่างไรก็ตามก่อนจะลงทุนอะไรต้องศึกษาให้ดีๆ เพราะการลงทุนนั้นย่อมมีความเสี่ยง
– ไม่เป็นภาระของลูกหลาน
หากเริ่มออมเงินเสียตั้งแต่วันนี้ เมื่อยามแก่ตัวลงไปเราก็จะไม่เป็นกลายภาระของลูกหลาน เพราะลูกหลานแต่ละคนก็มีค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่แตกต่างกันออกไป คงไม่มีใครที่สามารถช่วยเราได้ตลอดเวลา และทำให้เราสบายใจได้ว่าเราสามารถดูแลตัวเองได้แม้ในยามแก่เฒ่า
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “ดอกเบี้ยเงินฝากกับการลงทุน แบบไหนดีกว่ากัน” ที่เราได้รวบรวมมาฝากทุกๆ ท่านกันในบทความนี้ หวังว่าจะชอบและเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยกันนะครับ




